พูดถึงข้อควรปฏิบัติที่ควรคุณพ่อคุณแม่ควรทำเมื่อลูกน้อยพลัดตกเตียง โดยทั้งนี้เราสามารถลดอุบัติเหตุดังกล่าวได้โดยให้ลูกน้อยนอนในเปลหรือเปลไกวไฟฟ้าทั้งนี้การเลือกใช้เปลไกวไฟฟ้านั้นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการติดตั้งเพื่อใช้งานแบบเปลไกวไฟฟ้าก็คือการเลือกลักษณะเตียงที่เหมาะสมกับการใช้งาน เมื่อลูกน้อยยังเล็กๆนั้นคุณพ่อคุณแม่หลายท่านนิยมใช้แบบเปลยวนเพื่อให้ห่อหุ้มลูกน้อยได้ดีติดตั้งกับเปลไกวไฟฟ้าแต่เมื่อลูกน้อยโตขึ้นการเปลี่ยนรูปแบบเปลหรือเตียงที่ติดตั้งกับเปลไกวไฟฟ้าเพื่อความเหมาะสมกับสรีระและน้ำหนักของลูกน้อยนั้นเป็นส่วนสำคัญเลยทีเดียว และหลายครั้งที่เรามั่นใจเมื่อลูกน้อยอยู่ในเปลหรือเปลไกวไฟฟ้าที่มีกรงกันตกรอบด้านอย่างดีแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็อย่างนอนใจเพราะต้องเช็กความถี่ของเตียงไม่ให้ห่างเกินไปจนลูกน้อยพลัดตกได้นะคะ  มาต่อข้อปฎิบัติที่ควรทำเมื่อลูกน้อยพลัดตกเตียงกันต่อค่ะ

2.ห้ามนำเอามือไปถูบริเวณที่ช้ำเลือดของลูกน้อยโดยเด็ดขาด

หลังจากที่ลูกน้อยตกพื้นและคุณพ่อคุณแม่พบเห็นอาการช้ำที่เกิดขึ้นและไม่สามารถนำส่งห้องฉุกเฉินได้ทันที ให้คุณพ่อคุณแม่ทำการประคบเย็นและคอยหมั่นสังเกตอาการ ในช่วงเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ โดยช่วยบรรเทาอาการช้ำได้แต่ห้ามถูบริเวณที่ช้ำเพราะอาจทำให้รอยช้ำเพิ่มมากขึ้น

3.ห้ามประมาทหรือนอนใจหลังเกิดเหตุเป็นอันขาด

หลังจากเกิดอุบัติเหตุคุณพ่อคุณแม่ควรเฝ้าระวังหมั่นสังเกตอาการของลูก โดยถ้าหากพบว่ามีอะไรผิดปกติต้องรีบนำลูกน้อยไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด อย่าปล่อยเวลาไว้นานจะนกลายเป็นความพลาดพลั้งต่อโอกาสที่จะรักษาชีวิตลูกน้อยไปนะคะ

 

car seat ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคุณแม่มากน้อยแค่ไหนก็ต้องลองมาเปรียบเทียบดูว่าถ้าคุณแม่จะต้องเกิดเหตุการณ์ในการต้องขับรถเองและต้องดูและลูกที่นั่งเบาะด้านข้างไปด้วย จะอันตรายแค่ไหน หรือในบางครั้งเด็กก็ชน คลานไปมา พยายามที่จะข้ามจากเบาะด้านหน้าไปด้านหลัง แถมด้วยคุณแม่ก็ต้องขับรถระวังหน้าและระวังหลัง แบบนี้ก็คงจะไม่สนุกเป็นแน่แท้ เมื่อคิดแบบนี้แล้วก็อาจจะต้องซื้อประกันทั้งรถทั้งคนเพิ่มกันเลยทีเดียว

แต่ถ้าคุณแม่มี car seat ไว้ใช้งานภายในรถของคุณแล้วก็ต้องบอกว่าไม่ยุ่งยากอีกต่อไป เพราะตอนนี้ car seat มีให้ใช้งานกันแล้วแบบง่ายดายและไม่ว่าคุณแม่จะขับรถแบบไหนก็สามารถใช้งานกันได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งส่วนบุคคล หรือรถกระบะแบบคุณแม่นักบู๊ หรือจะเป็นแบบรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งก็สามารถจัดสรรได้อย่างสบาย และใช้งานได้กับทุกท่านอย่างแท้จริง เมื่อของดีและใช้ง่ายแบบนี้คุณแม่จะไม่มี car seat ไว้ใช้งานได้อย่างไร

car seat คือสิ่งที่คุณลูกของคุณต้องการเป็นอย่างมาก เขาจะมีอิสระในการที่จะร้องเพลง หรือเต้นอยู่บน car seat ได้อย่างสบายๆ บางคนก็มีความสุขมาก สำหรับการได้นั่งใน car seat เพราะด้วยเบาะที่นุ่มและสร้างมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ จึงทำให้คุณแม่หลายท่าน ซื้อเจ้าอุปกรณ์เสริมสิ่งนี้ไว้ใช้งานแบบง่ายดาย คุณแม่บางท่านมีลูกแฝดด้วยแล้วก็จัดไปพร้อมกันทีเดียวไปเลย 2 อัน

ปัจจุบันได้มีการนำคาร์ซีทมาใช้ติดตั้งภายในรถเป็นที่แพร่หลายมาก ซึ่งสำหรับคุณพ่อคณแม่หลายท่านที่ยังสงสัยว่าควรเลือกซื้อคาร์ซีทแบบไหนให้เหมาะกับลูกน้อยของตัวเอง ซึ่งการเลือกซื้อคาร์ซีทมาติดตั้งนั้นควรคำนึงถึงวัยและน้ำหนักตัวของลูกน้อยด้วย ซึ่งวันนี้เรามีวิธีการเลือกซื้อคาร์ซีทอย่างไร ให้เหมาะสมกับวัยและน้ำหนักลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่มาฝากกันค่ะ

  • เด็กแรก เกิดจนถึงอายุประมาณ 12 เดือน หรือ 1 ปี เด็กที่น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กิโลกรัม ควรใช้คาร์ซีทสำหรับทารก เพราะจะสามารถพยุงตัวเด็กได้ดี และมีประสิทธิภาพในการปกป้องลูกน้อยได้มากกว่าอีกด้วย
  • เด็กที่มีอายุมากกว่า 12 เดือน หรือ 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี น้ำหนัก 10-28 กิโลกรัม ควรใช้คาร์ซีทแบบที่นั่งหันไปทางด้านหน้ารถ
  • เด็กที่มีน้ำหนักตัว 15 – 18 กิโลกรัม ควรใช้คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง เพื่อให้เด็กได้พิงอย่างสบาย และยังเป็นการเสริมบุคลิกภาพให้เด็กมีบุคลิกที่ดีอีกด้วย
  • เด็กที่มีน้ำหนักตัว 22 – 25 กิโลกรัม หรือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ควรใช้คาร์ซีทแบบไม่มีพนักพิงด้านหลัง

ดังนั้นการเลือกซื้อคาร์ซีทให้เหมาะสมกับวัยของลูกน้อยนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะพิจารณาเป็นหลัก เพื่อจะได้นำไปใช้อย่างถูกวิธี ถูกต้องและสร้างปลอดภัยให้กับลูกน้อยมากที่สุด เพียงแค่คุณเลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับช่วงวัยของลูกน้อย ก็จะช่วยปกป้องลูกน้อยของคุณได้ดีแน่นอน

 

 

การเลือกซื้อของขวัญ เพื่อรับขวัญทารกและคุณแม่คนใหม่ในยุคนี้ มีหลายอย่างมากมายให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นรับขวัญด้วยกำไลข้อเท้าทองคำ ชุดของขวัญเด็กอ่อน หรือของใช้ ของเล่นต่างๆ วันนี้ มี 5 ไอเดียสำหรับเลือกซื้อของขวัญให้ถูกใจมาฝากค่ะ

 

  1. หมวดของใช้จำเป็น อาจจะแบ่งเป็นของใช้จำเป็นสำหรับลูก ประเภทผ้าอ้อมสำเร็จรูป ผ้าอ้อมผ้า ผ้ายางรอง ทิชชูเปียก น้ำยาซักผ้าเด็ก แป้ง สบู่เหลว ขวดนม ส่วนของใช้จำเป็นสำหรับแม่ ประเภทที่ปั๊มนมและถุงเก็บนม กระติกน้ำร้อนสุญญากาศ หมอนรองให้นม ฟันธงว่าได้ใช้แน่ ๆ

 

  1. หมวดของที่ระลึก เห็นแล้วมีคุณค่าทางใจ ประเภทกล่องเก็บความทรงจำไว้ให้คุณพ่อคุณแม่เก็บช่วงเวลาดี ๆ ของลูกน้อย ฟิล์มเอกซเรย์ สายสะดือ ฟันน้ำนมซี่แรก เสื้อผ้าตัวจิ๋ว รองเท้า ถุงเท้าจิ๋ว หยิบดูคราใด ก็ปลื้มใจทุกเวลา

 

  1. หมวดทรัพย์สิน ของมีค่าและความมั่นคง ประเภททองคำแท้ สร้อย กำไลข้อมือ ข้อเท้า ตุ้มหูทองคำ บัตรของขวัญ บัตรกำนัลต่างๆ สลากออมทรัพย์ก็ดีนะคะ เผื่อโชคดีถูกรางวัลไปเรื่อย ๆ ด้วย

 

  1. หมวดส่งเสริมพัฒนาการ ประเภทหนังสือผ้า นิทานสำหรับเด็ก ของเล่นผ้า สีสันสดใสประเภทซักได้ ของเล่นพัฒนาสมอง โมบายแบบมีเสียงเพลง ซีดีเพลงบรรเลง ชุดเพลงโมสาร์ต เพลงกล่อมเด็ก ของขวัญประเภทนี้ให้ตั้งแต่ก่อนคลอดได้เลยนะคะ เปิดเพลง เล่านิทานพร้อมกับลูบท้องคุณแม่เบา ๆ ทารกในท้องสัมผัสได้ค่ะ

 

  1. หมวดความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก จริง ๆ จะเรียกว่าเป็นของใช้ก็ได้ เพียงแต่เป็นของที่มีสภาพคงทนพอสมควร แถมเป็นของขวัญที่ทั้งอำนวยความสะดวก ทุ่นแรง และเน้นความปลอดภัยให้แก่ลูกน้อยด้วย ประเภทเปลไกวไฟฟ้า รถเข็นหรือเป้อุ้มเด็ก คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็กไว้นั่งในรถยนต์ รับรองว่าคุณแม่ชอบใจแน่ ๆ แถมส่งต่อใช้กับลูกคนถัดไปได้อีกด้วย

 

เป็นไงบ้างคะ สำหรับไอเดียการเลือกซื้อของขวัญรับขวัญลูก แถมยังถูกใจคุณแม่ ก็ลองนำไปคิดดูนะคะ แต่ที่แน่ ๆ  ทั้ง 5 หมวดที่แนะนำ มอบให้คุณแม่คนไหนไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

 

 

 

วันนี้ เรามีข้อมูลดี ๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาตัวช่วยให้การเลี้ยงลูกทำได้ง่าย สะดวกและดีมาฝากกันนะคะ  ยิ่งเป็นครอบครัวที่เลี้ยงลูกเอง  การมีพี่เลี้ยงเป็น เปลไกวไฟฟ้าดี ๆ คงช่วยผ่อนแรงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เชื่อว่าข้อมูลนี้จะทำให้คุณมั่นใจและตัดสินใจได้อย่างแน่นอน

 

เมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเจนีวา ได้ทำการทดสอบเรื่องการไกวเปลกับกลุ่มทดลอง และวัดคลื่นสมองขณะหลับ โดยทดลองใช้เตียงพิเศษที่สามารถควบคุมให้อยู่นิ่ง ๆ หรือแกว่งไปมาได้ ข้อมูลที่พบระบุว่า

 

  1. นอนเปลที่แกว่งไกวทำให้หลับเร็วกว่าและลึกขึ้น ผลการทดลองสรุปว่าคนที่นอนบนเตียงที่แกว่งไปมานั้น จะหลับเร็วกว่าและเข้าสู่การหลับลึกได้เร็วกว่า ส่วนคนที่นอนนิ่ง ๆ นั้นจะใช้เวลาหลับนานกว่ามาก แต่เมื่อเตียงแกว่งไปมานั้น กลับทำให้หลับได้เร็วขึ้น

 

  1. นอนเปลที่แกว่งไกวทำให้หลับดีขึ้น จากการวัดคลื่นสมองขณะหลับ พบว่าคนที่นอนบนเตียงที่แกว่งไปมามีจำนวนของคลื่นสมองที่เรียกว่า Sleep spindles ซึ่งเป็นการกระตุกเป็นระยะ ๆ ของคลื่นสมอง นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าจังหวะการไกวเปลคงสอดคล้องกับวงจรบางอย่างของสมองที่ควบคุมการนอน และส่งผลให้หลับดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าดีต่อร่างกาย

 

คงเป็นข่าวดีสำหรับครอบครัวที่ไกวเปลให้ลูกนอนเป็นประจำอยู่แล้วนะคะ แต่จะดีกว่าไหม หากคุณพ่อคุณแม่จะมีพี่เลี้ยงเป็นเปลไกวไฟฟ้า มาช่วยผ่อนแรงให้สามารถไกวเปลแทนตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ และจังหวะคงที่ แถมส่งผลดีแน่ๆ ต่อการนอนที่ดีของลูก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลายคำถามที่เกิดกับคุณพ่อคุณแม่หรือว่าผู้ปกครองที่กำลังตัดสินใจที่จะซื้อคาร์ซีทก็คือการเลือกคาร์ซีทแบบหันหน้าหรือว่าหันหลังให้กับรถยนต์นั้นจะดีกว่ากัน เพราะว่าเมื่อไหร่ที่เดินเข้าไปในร้านขายคาร์ซีทส่วนมากแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็จะต้องตัดสินใจเอง รวมทั้งบางครั้งจะต้องกลับมานั่งคิดก่อนว่าการที่เค้าจะนั่งคาร์ซีทนั้นมีความเหมาะสมมากน้อยอย่างไร ไม่เพียงเท่านี้ก็จะต้องคำนึงถึงตำแหน่งในการวางคาร์ซีทอีกด้วยเช่นกัน เพราะว่ารถยนต์แต่ละคันนั้นไม่เหมือนกันเลย ส่วนตำแหน่งที่จะวางคาร์ซีทให้กับเจ้าตัวเล็กก็เลยจะต้องคิดแล้วคิดอีกนั่นเอง

สำหรับการเลือกคาร์ซีทที่ให้เด็กๆ นั่งหน้าหลังให้กับด้านหน้ารถยนต์นั้นจะมีความปลอดภัยมากกว่าที่ให้เด็กๆ นั่งหันหน้าให้กับด้านหน้าของรถยนต์ นั่นก็เป็นเพราะว่าคาร์ซีทจะเป็นตัวช่วยในการลดแรงกระแทกจากทางด้านหน้ารถ ทำให้เด็กๆ ได้รับแรงกระทบกระเทือนน้อยที่สุดนั่นเอง ส่วนคาร์ซีทที่ให้เด็กๆ นั่งไปทางด้านหน้าหรือว่านั่งหันหน้าให้กับด้านหน้ารถยนต์นั้นจะไม่ค่อยได้ช่วยเรื่องแรงกระแทกซักเท่าไหร่ อีกทั้งตัวของเด็กอาจจะถูกแรงดึงทางด้านหน้ารถยนต์ดึงตัวเด็กออกจากคาร์ซีทได้อีกด้วยนั่นเอง

รู้แบบนี้แล้ว เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย แนะนำให้คุณติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหลังให้กับหน้ารถยนต์จะดีที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อยนั่นเอง และที่สำคัญอย่าลืมเลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับช่วงวัยของลูกน้อยที่สุดด้วย

 

 

ไม่ว่าจะเป็นเปลไกวชนิดใด  แต่การใช้เปลไกวไฟฟ้า ที่เป็นระบบแกว่งอัตโนมัติ  ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกน้อยของคุณได้นอนหลับอย่างสนิท โดยมีฟังก์ชั่นต่างๆ สำหรับลูกน้อย โดยคุณแม่สามารถเลือกการใช้งานให้เหมาะสม ว่าการมีฟังก์ชั่นเยอะเกินไป เหมาะสำหรับลูกน้อยหรือไม่ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่จำเป็นมากเพราะเพียงแค่การแกว่งของเปลไกวไฟฟ้า ก็สามารถทำให้ลูกน้อยได้นอนหลับสนิทอย่างยาวนานแล้ว

 

เปลไกวไฟฟ้าเพื่อการแกว่งที่นุ่มนวล

ไม่ว่าจะเป็นเปลไกวไฟฟ้ายี่ห้อใดก็ตาม จุดประสงค์ที่เหมือนกันก็คือการแกว่งไกวที่นุ่มนวล และมีจังหวะในการแกว่งแบบเร็วสลับกับจังหวะช้า โดยที่ไม่เป็นการแกว่งที่แรงจนเกินไปและไม่มีการกระชากให้สะดุด เพราะเป็นการใช้ระบบไฟฟ้าซึ่งจะทำให้การนอนหลับสนิทของลูกคุณได้นอนเปลไกวไฟฟ้า ซึ่งจะมีการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย และยังรวมถึงอารมณ์  จิตใจ เมื่อตื่นขึ้นมาทำให้อารมณ์ดี เพราะได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม

 

เปลไกวไฟฟ้าช่วยให้ลูกน้อยอารมณ์ดี

การที่ลูกน้อยได้นอนเปลไกวไฟฟ้า จะทำให้เกิดการนอนหลับสนิท ซึ่งจะทำให้เด็กจะหลั่งโกรธฮอร์โมน และทำให้เจริญเติบโตเร็ว  ซึ่งเปลไกวไฟฟ้าบางยี่ห้อจะมีฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อเปิดให้ลูกน้อยให้เพลิดเพลินก่อนจะนอนหลับ เพื่อให้เกิดความเคลิบเคลิ้ม  เมื่อเด็กนอนหลับอย่างเต็มอิ่มก็จะทำให้ตื่นมา ไม่งอแง สดชื่น และเป็นเด็กอารมณ์ดี  ซึ่งการนอนเปลไกวไฟฟ้า ยังช่วยทำให้มีผลต่อการทรงและเพื่อให้เด็กนอนหลังตรงป้องกันสันหลังคดอีกด้วย

 

เป็นคำถามของคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่จะถามไถ่กันอยู่เสมอว่าเวลาเลือกซื้อคาร์ซีทนั้นจะมีวิธีการเลือกอย่างไรบ้าง เพราะไม่ว่าจะเป็นใคร คุรพ่อคุณแม่หรือผุ้ปกครองคนไหนก็อยากให้ลูกของตัวเองได้รับการดูแลที่ดีที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแล้วเราจะมาดูกันว่าคาร์ซีทแบบไหนเป็นคาร์ซีทที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยของคุณ

  1. ให้คุณดูว่าลูกน้อยของคุณนั้นมีอายุเท่าไหร่ เพราะว่าคาร์ซีทแต่ละประเภทนั้นจะถูกแบ่งแยกออกเป็นตามระดับอายุของเด็กๆ เพราะฉะนั้นเด็กๆ แต่ละช่วงวัยจะได้นั่งคาร์ซีทที่มีขนาดแตกต่างกันออกไป
  2. ให้ดูว่าคุณมีเวลาหรือว่าชอบการใช้งานคาร์ซีทประเภทไหน เพราะว่าคาร์ซีทบางตัวนั้นสามารถถอดออกมาประกอบหรือว่าปรับชิ้นส่วนแต่ละส่วนได้ แต่ว่าบางรุ่นนั้นก็ไม่สามรถปรับชิ้นส่วนหรือว่าประกอบได้ เพราะเป็นรูปแบบที่ทางผู้ผลิตได้ผลิตออกมาให้อยู่ในแบบของคาร์ซีทที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งบนรถยนต์ได้อย่างเดียว แต่ไม่สามารถถอดออกมาประกอบเองได้
  3. ให้คุณสังเกตมาตรฐานในการผลิต และมาตรฐานของคาร์ซีทว่าตัวที่คุณกำลังจะซื้อมานั้นเป็นชิ้นที่ได้รับมาตรฐานหรือไม่? มีการได้รับการทดสอบแรงกระแทกมาก่อนหรือเปล่า?

และนี่ก็คือวิธีการเลือกซื้อคาร์ซีท ที่คุณแม่ควรให้ความใส่ใจ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้คาร์ซีทที่มีคุณภาพและใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด อีกทั้งยังช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเงินเปล่ากับการเลือกซื้อคาร์ซีทอย่างผิดพลาดอีกด้วย

 

 

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจสงสัยว่าจะเลือกซื้อคาร์ซีทยังไงดี แล้วคาร์ซีทแต่ละแบบเป็นอย่างไรวันนี้เรามีข้อมูลคาร์ซีทตัวฮิตที่ได้รับความนิยมอย่างคาร์ซีทแบบกระเช้ามาฝากกัน ว่าคาร์ซีทแบบนี้เป็นอย่างไร

คาร์ซีทแบบกระเช้าได้รับความนิยมโดยเหมาสำหรับเด็กแรกเกิด – 12 เดือน โดยประมาณ คาร์ซีทประเภทนี้จะมีเข็มขัดด้านในไว้สำหรับที่ล็อคตัว 5 จุด โดยมีหูหิ้วไว้สำหรับเมื่อถึงจุดหมายแล้วคุณแม่สามารถปลดล็อคการติดตั้งและหิ้วกระเช้าออกจากรถได้เลยโดยไม่ต้องปลุกเจ้าตัวเล็ก จึงทำให้ค่อนข้างสะดวกสำหรับการพาออกไปนอกสถานที่เช่นพาไปฉีดวัคซีนเป็นต้น นอกจากนี้คาร์ซีทแบบกระเช้าสามารถนำไปไว้ในบ้านได้ด้วย คาร์ซีทแบบนี้มีทั้งรุ่นที่รัดด้วยเข็มขัดนิรภัยและแบบติดตั้งฐานไว้บนเบาะรถ ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อของคาร์ซีทแต่ละชนิด คุณพ่อคุณแม่ท่านใดที่สนใจคาร์ซีทแบบนี้แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับพนักงานถึงการติดตั้งและสามารถลองวางเพื่อกะระยะของคาร์ซีทกับเบาะรถได้ด้วย

คาร์ซีทแบบกระเช้า ก็เป็นคาร์ซีทอีกแบบที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว หากคุณกำลังมองหาคาร์ซีทโดยใจ คาร์ซีทเพื่อการใช้งานเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยอยู่ล่ะก็ ลองให้คาร์ซีทแบบกระเช้าเป็นเพื่อคู่ใจของคุณดูสิ แล้วคุณจะหมดห่วงเรื่องความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อยไปได้เลย แถมยังสะดวกสบายยิ่งขึ้นอีกด้วยนะ

 

 

   เปลไกวไฟฟ้าแม้ว่าจะกลายมาเป็นเครื่องมือทุ่นแรงสำคัญให้กับคุณแม่ในการพาลูกน้อยเข้านอนแล้ว การห่อตัวที่ช่วยให้ลูกน้อยอบอุ่นก่อนเข้านอนในเปลไกวไฟฟ้านั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กันดังที่ได้นำเสนอไปในบทความก่อนหน้านี้เรื่อง ข้อดีของการห่อตัวเด็กก่อนปล่อยลงนอนเปลไกวไฟฟ้า ไปแล้วนั้น ก็ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติมที่จะมาเตือนให้คุณแม่ระวังเป็นพิเศษอย่างยิ่งเมื่อทำการห่อตัวลูกรักและใช้ในการตรวจสอบให้ดีก่อนหลังห่อตัวก่อนที่จะปล่อยลูกน้อยนอนในเปลไกวไฟฟ้าค่ะ ดังนั้นก่อนที่ปล่อยลูกน้อยลงนอนในเปลไกวไฟฟ้ามีข้อควรระวังดังนี้ค่ะ

  1. อย่าจับขาลูกเหยียดตรงเวลาห่อตัว

สำคัญอย่างมากที่จะตรวจสอบและระมัดระวังไม่ให้ขาของลูกน้อยเหยียดตรงเมื่อห่อตัวแล้ว ไม่ควรดึงให้ส่วนล่างตึงมากเกินไป ควรเว้นให้มีช่องหลวมพอที่จะให้ข้อสะโพกขยับงอได้ หากขาลูกเหยียดตึงมาก อาจทำให้มีปัญหาข้อสะโพกเคลื่อนหลุดออกจากเบ้าสะโพกหรือทำให้ข้อสะโพกเสื่อมได้หากปล่อยทิ้งไว้ให้นอนในเปลไกวไฟฟ้าเป็นเวลานาน

2.ไม่ควรห่อตัวลูกตลอดเวลา

การห่อตัวลูกตลอดเวลาจะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ทั้งนี้ควรห่อตัวเฉพาะเวลาที่ลูกร้องไห้งอแง นอนตื่นผวาบ่อย หรือ ต้องการให้อุ้มตลอดเวลาทั้งนี้ควรห่อตัวลูกให้อบอุ่นและค่อยวางนอนในเปลไกวไฟฟ้าเพื่อช่วยผ่อนแรงคุณแม่ในการกล่อมลุกนอนและควรใช้สลับกับวิธีอื่นในการการปลอบลูกบ้างค่ะ เช่น การอุ้มลูกพาเดินเล่น การทำท่าซุปเปอร์แมน การใช้จุกหลอก การพาเดินเล่นหน้าบ้าน ทั้งนี้การห่อตัวควรหยุดเมื่อลูกอายุเกิน 1 เดือน หรือ เมื่อเห็นว่าลูกไม่ชอบให้ห่อตัวอีกต่อไป

 

^