หลายๆท่านที่เคยได้ใช้คาร์ซีทแล้ว ต่างต้องบอกว่าเป็นเรื่องยอดเยี่ยมจริงๆเพราะเจ้าคาร์ซีทตัวนี้มี ข้อดีนั้นมีมากมายและประโยชน์ของมันนั้นก็ไม่น้อยด้วยเช่นกัน เมื่อเป็นแบบนี้ลองมาดูกันว่า ประโยชน์ของคาร์ซีทนั้นจะถูกอกถูกใจคุณแม่หรือไม่

1.             ช่วยให้ขับรถได้ง่ายขึ้น
การขับรถของคุณแม่จะง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องเสียสมาธิกับการดูแลลูกที่นั่งกับเบาะรถเหมือนเช่นเคย ทำให้คุณสามารถขับรถได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าลูกน้อยจะเกิดอันตราย
2.             ลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ
การขับรถของคุณแม่จะสบายขึ้นและมีสมาธิในการขับรถมากขึ้นส่งผลให้ไม่เกิดอุบัติอย่างแน่นอน
3.             ประหยัดเวลาในการเดินทางขึ้น
เมื่อนำลูกได้นั่งคาร์ซีทการเดินทางจะมีอิสระมากขึ้น ไม่ต้องมีอะไรมากวนใจคุณแม่ในขณะเดินทาง
  1. รถจะสะอาดขึ้น
    เมื่อลูกกินขนมคุณแม่ไม่ต้องหนักใจ เพราะถ้าได้ใช้คาร์ซีทก็จะหมดปัญหารถรก รถเปื้อน เพราะขนมทุกอย่างจะตกอยู่แต่ในคาร์ซีทอย่างเดียว
  2. เดินทางได้สนุกและสะดวกมากขึ้น
    การเดินทางจะสนุกและสะดวกมากขึ้นหากมีคาร์ซีท เพราะไม่ต้องเหนื่อยกับการขับรถไปดูลูกไปนั่นเอง

และนี่ก็คือประโยชน์ของคาร์ซีท ที่รู้แล้วคุณจะต้องปฏิเสธไม่ลงอย่างแน่นอน เพราะคาร์ซีทจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยของคุณได้จริงๆ แถมยังมีประโยชน์อย่างมากมายอีกด้วย

 

อ้างอิง  www.ficocarseats.com/

คุณพ่อคุณแม่หลายคนซื้อคาร์ซีทมาและนำมาใช้กับลูกน้อยแล้ว เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย แต่รู้หรือไม่ว่ามีข้อผิดพลาดบางอย่างในการติดตั้งคาร์ซีทที่อาจทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บ วันนี้เราจึงลิสรายการที่ควรตรวจเช็คเมื่อติดตั้งคาร์ซีทสำหรับลูกรักมาฝากกัน

  1. เช็คการติดตั้งสายรัดต่างๆให้ถูกต้อง รวมถึงการติดตั้งตัวรถเข็นด้วยว่า ติดตั้งถูกต้องแน่นหนาดีแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ก็เพราะหากติดตั้งไม่ดี ก็อาจจะเกิดอันตรายต่อลูกน้อยได้ง่ายเช่นกัน
  2. เช็คเข็มขัดนิรภัยว่ารัดตัวลูกน้อยดีหรือไม่ ไม่หลวมและไม่แน่นเกินไปจนสร้างความอึดอัดให้ลูกน้อย
  3. ไม่ปรับแต่งคาร์ซีท โดยกระทบกับประสิทธิภาพการทำงานของคาร์ซีท หรือถ้าต้องการปรับแต่งเพื่อให้ลงตัวที่สุด ก็ควรให้ผู้รู้เป็นคนปรับแต่งมากกว่า
  4. ไม่ควรเพิ่มออฟชั่นต่างๆใส่ลงไปในคาร์ซีทเพราะคาร์ซีททุกอันถูกออกแบบมาให้รองรับกับสรีอระของเด็กแล้ว การเพิ่มออฟชั่นต่างๆอาจทำให้เกิดอันตรายกับเด็กได้
  5. หมั่นสำรวจคาร์ซีทบ่อยๆ เช่นคาร์ซีทเคยโดยกระแทกรุนแรงไหมหรือโครงคาร์ซีทมีรอยร้าวหรือไม่ เนื่องจากคาร์ซีทเป็นเบาะนิรภัยหากโครงคาร์ซีทเคยถูกกระแทกรุนแรงหรือมีรอยร้าวจึงไม่ควรนำมาใช้

และนี่ก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้และเข้าใจในการติดตั้งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของลูกรัก ซึ่งก็ไม่ยากเลย แต่หากคุณแม่ไม่มั่นใจ ก็อาจให้คนที่มีความเชี่ยวชาญมาติดตั้งให้ก็ได้

สงกรานต์ปีนี้ คุณเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแล้วหรือยัง ซึ่งหากคุณมีแผนจะพาลูกน้อยขับรถเที่ยวตลอดช่วงสงกรานต์นี้อยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณพกคาร์ซีท อุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้ลูกน้อยบนรถยนต์ ที่จะช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อยได้ตลอดการเดินทางอย่างหมดห่วงกันเลยทีเดียว

เพราะการโดยสารรถยนต์นั้น มักจะมีอันตรายเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีรถบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะละเลยความปลอดภัยของลูกน้อย ด้วยการอุ้มลูกไว้บนตักเท่านั้น โดยลืมนึกไปว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แรงกระแทกหรือแรงเหวี่ยงของรถอาจทำให้ลูกน้อยกระเด็นไปชนกับส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ หรือกระเด็นออกนอกรถจนเป็นอันตรายได้ ดังนั้น คาร์ซีทจึงถือเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด ที่จะพาคุณและลูกน้อยไปสนุกได้ตลอดการเดินทางเที่ยวสงกรานต์ อย่างไม่ต้องกังวลกันเลย ทั้งนี้ก็เพราะว่า คาร์ซีทจะช่วยยึดตัวเด็กให้อยู่กับที่นั่งและมีสายเบลล์รัดอย่างแน่นหนา จึงมั่นใจได้ว่าลูกน้อยของคุณจะไม่กระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงแน่นอน

แค่นี้คุณก็จะเที่ยวสงกรานต์ได้อย่างสนุกสุดๆ โดยไม่ต้องกังวลกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วล่ะ แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าคาร์ซีทจะช่วยให้ลูกน้อยของคุณปลอดภัยจากอันตรายในขณะโดยสารรถยนต์ได้จริง แต่ก็ต้องเลือกซื้อคาร์ซีทให้เหมาะสมและได้มาตรฐานด้วย รวมทั้งจะต้องติดตั้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้มั่นใจได้มากที่สุด ว่าคาร์ซีทจะสามารถปกป้องลูกน้อยของคุณได้อย่างมั่นคงจริงๆ

หลายคนคงจะรู้มาบ้างแล้วว่า การเลือกซื้อคาร์ซีทมาใช้งานให้คุ้มค่าที่สุดนั้น จะต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดร่างกายของเด็ก ซึ่งแน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่บางท่านคงจะเกิดคำถามว่า ทำไมต้องเลือกให้พอดีกับขนาดตัวเด็ก และหากเลือกขนาดที่ใหญ่กว่าหรือเล็กกว่า จะเป็นอย่างไร เราจะมาเฉลยคำตอบกัน

เลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับตัวเด็ก เพราะ

การทำงานของคาร์ซีท คือเป็นเบาะรองนั่ง และช่วยยึดจับตัวของลูกน้อยเอาไว้อย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยกระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงหรือแรงกระแทกของรถ ดังนั้นจึงต้องเลือกคาร์ซีทที่มีขนาดพอเหมาะกับขนาดตัวของลูกน้อยพอดี เพื่อให้สายรัดอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และยึดจับตัวเด็กไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

หากคาร์ซีทใหญ่หรือเล็กกว่าตัวเด็ก จะเป็นอย่างไร

ในกรณีที่คาร์ซีทมีขนาดใหญ่กว่าตัวเด็ก จะทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัวหรือหายใจไม่ออก ซึ่งก็เป็นอันตรายต่อลูกน้อยเช่นกัน หรือในกรณีที่คาร์ซีทมีขนาดใหญ่กว่า อาจจะทำให้ลูกน้อยหลุดออกจากคาร์ซีทได้อย่างง่ายดายจนเป็นอันตรายได้

รู้แบบนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่จะต้องเลือกคาร์ซีทที่มีขนาดเหมาะสมกับลูกน้อยเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยตลอดการพาลูกน้อยเดินทางโดยรถยนต์นั่นเอง ซึ่งถ้าให้ดี ควรพาเจ้าตัวน้อยไปลองนั่งก่อนซื้อมาใช้งานจริงจะดีที่สุด เพื่อความมั่นใจว่าลูกน้อยของคุณจะปลอดภัยจริงๆ นั่นเอง

คุณพ่อที่กำลังตัดสินใจจะซื้อคาร์ซีทให้คุณแม่นำไปใช้กับเจ้าตัวเล็กที่บ้าน แล้วยังคงลังเลว่ามันจะคุ้มค่าจริงหรือไม่ ซื้อไปแล้วคุณแม่จะได้ใช้ประโยชน์จริงไหม วันนี้เรามีเหตุผลที่คาร์ซีทจะช่วยลดความกังวลของคุณแม่ในด้านไหนบ้างเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจค่ะ

  1. หมดกังวลเรื่องความปลอดภัย อย่างแรกเลยที่คุณแม่จะรู้สึกคลายกังวลคือมั่นใจแน่นอนว่าลูกอยู่ในที่นั่งที่ปลอดภัยและจะได้การคุ้มครองตลอดการเดินทาง และมั่นใจได้เลยว่าจะปลอดภัยกว่าการที่คุณแม่อุ้มลูกน้อยอยู่บนตักแน่นอน
  2. ไม่พะว้าพะวงว่าลูกจะเล่นซนไปรอบๆรถจนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่สบายได้ เพราะมีคาร์ซีทคอยยึดตัวลูกน้อยไว้กับเบาะ ให้เกิดอันตรายนั่นเอง
  3. ไม่เหนื่อยและเมื่อยล้าจากการอุ้มลูกเป็นเวลานาน อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าลูกจะนั่งสบายบนเบาะหนานุ่มของคาร์ซีทอย่างปลอดภัย ซึ่งก็ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างมาก
  4. คาร์ซีทเป็นที่นั่งที่ได้รับมาตรฐานถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของเด็ก ดังนั้นเด็กจะไม่นั่งหลังงอ ตัวเด็กจะยืดตรง ซึ่งก็ส่งผลดีต่อสรีระของลูกน้อยเป็นอย่างมาก

และนี่ก็เป็นเหตุผลต่างๆที่ทำให้คุณแม่ปลื้มในการใช้คาร์ซีทรวมถึงความปลอดภัยของลูกน้อยด้วย เพราะฉะนั้นหากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อย คาร์ซีทนี่แหละใช่เลย

การเลือกคาร์ซีทให้ลูกรักคุณแม่หลายท่านก็อยากจะได้ของที่ดีที่สุดและต้องเป็นของที่ให้ความสะดวกสบายและต้องใช้งานได้ทนทานเป็นที่สุด ข้อสำคัญที่จะขาดไม่ได้ราคาต้องไม่แพงจนรู้สึกว่าใช้คาร์ซีทแล้วไม่คุ้มค่ากันด้วย ดังนั้นเมื่อต้องการเลือกคาร์ซีทไว้ใช้งานก็ควรมีหลักการในการเลือกสักเล็กน้อย

หลักการในการเลือกคาร์ซีท 3 ข้อที่คุณแม่ควรต้องคำนึง

1.เลือกแบบที่ใช้งานได้หลายรูปแบบ

ถ้าคุณลูกเป็นเด็กที่ยังเล็กอยู่ อาจจะยังเดินไม่คล่องมากนักก็ควรเลือกคาร์ซีทที่สามารถใช้งานได้อหลายอย่าง อย่างเช่นสามารถปรับเป็นเปลเด็กที่สามารถใช้งานที่นอกรถได้

2.เลือกคาร์ซีทแบบที่สามารถทำความสะอาดง่าย

คาร์ซีทมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้งาน คุณควรเลือกคาร์ซีทที่สามารถถอดเบาะหรือที่หุ้มออกมาทำความสะอาดได้ เพราะไม่แน่ว่าลูกของคุณอาจจะทำเปื้อนได้เช่นกัน

3.เลือกคาร์ซีทแบบที่มีสายรัดแบบเต็มตัว

การเลือกคาร์ซีทแบบที่มีสายรัดที่ขาดเพียงข้างเดียวไม่สามารถให้ความปลอดภัยได้ดีเท่ากับสายรัดแบบเต็มตัว เพราะการมีสายรัดแบบเต็มตัวจะให้ความปลอดภัยได้ดีกว่าเป็นที่สุด ควรเลือกแบบที่สามารถรัดได้เต็มตัวไว้ก่อน

คาร์ซีทคืออุปกรณ์เลี้ยงเด็กที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องใช้ภายในรถยนต์ คุณแม่หรือคุณพ่อสามารถเลือกได้ตามความต้องการ คุณสามารถเลือกคาร์ซีทได้ตามแบบที่คุณชอบ คุณชอบแบบไหนรับรองว่าลูกของคุณก็จะชอบเช่นกัน

คาร์ซีทเปรียบเสมือนเบาะรถยนต์ที่มีเข็มขัดนิรภัยแบบเบาะรถโดยทั่วไป และให้ความปลอดภัยกับเด็กได้เป็นอย่างดี เวลาที่เด็กได้นั่งที่คาร์ซีท จะได้ทั้งความสนุกและได้ความปลอดภัยพร้อมกัน เข็มขัดนิรภัยที่ติดมากับคาร์ซีทจะช่วยไม่ให้เด็กต้องเสี่ยงกับการตกจากเบาะหรือต้องเสี่ยงกับการกระแทกสิ่งต่างๆ ภายในรถ

เข็มขัดนิรภัยให้ความปลอดภัยอะไรกับคุณบ้าง

1.ให้ความปลอดภัยกับเด็ก

เข็มขัดนิรภัยให้ความปลอดภัยกับเด็กได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าเด็กจะพยายามออกจากเบาะนั่งเด็กหรือคาร์ซีทอย่างไรก็ไม่สามารถออกมาจากเบาะได้ ด้วยเข็มขัดที่รัดแบบเต็มตัว ไม่สร้างความรำคาญให้กับเด็กและไม่รัดจนทำให้เด็กต้องเจ็บตัวอีกด้วยเป็นการรัดแบบพอดีตัว ทำให้คุณมั่นใจได้ตลอดทุกเส้นทางในการเดินทาง

2.ให้ความปลอดภัยกับผุ้ขับขี่

เมื่อเด็กได้นั่งที่คาร์ซีทพร้อมการเดินทางกันแล้วก็หมดห่วงเรื่องเด็กจะตกจากเบาะรถ หรือหล่นจากที่นั่ง เด็กจะนั่งได้อย่างสบาย คุณแม่ หรือคุณพ่อก็ขับรถได้อย่างปลอดภัย อาจจะร้องเพลงไปกับเด็กหรือ ให้เด็กนั่งดูทีวีในรถไปด้วยก็ได้ ไม่เกิดอันตรายอย่างแน่นอน

คาร์ซีทจัดว่าเป็นเบาะนั่งเด็กที่ดีที่สุดในรถทุกคัน ไม่ว่าลูกของคุณจะมีอายุไม่ถึงขวบปีหรือมีอายุ2-3 ขวบก็สามารถใช้งานได้ทุกอย่าง ไม่มีข้อจำกัดในการใช้งานแต่อย่างใด คุณเลือกคาร์ซีทในแบบที่คุณชอบมาใช้งานกันได้ตั้งแต่ตอนนี้ไม่ต้องรอคำตอบจากพ่อบ้านก็ได้

คาร์ซีทนั้นหลักๆ แล้วมีให้เลือกใช้กันอยู่ 3 แบบหลัก เพราะ 3 แบบหลักนี้จัดว่าเป็นแบบที่ยอดนิยมเป็นที่สุด คุณแม่ที่มีลูกในแต่ละยุค แต่ละวัยก็จะเลือกคาร์ซีทที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับคาร์ซีท 3 แบบนั้นมีอะไรกันบ้าง

1.แบบเด็กเล็ก

แบบเด็กเล็กนั้นก็เริ่มใช้งานคาร์ซีทได้ตั้งแต่ในวัยเริ่มคลานหรือเริ่มหัดนั่งได้ คาร์ซีทลักษณะนี้จะเป็นในแบบตะกร้าและสามารถใช้งานได้หลายอย่าง

2.แบบเด็กวัยกำลังซน

เด็กที่โตขึ้นมาสักหน่อยจะเป็นในรูปแบบที่คล้ายกับเบาะรถยนต์มากยิ่งขึ้น คาร์ซีทลักษณะนี้จะสามารถปรับให้นอนได้ และสามารถปรับองศาความเอียงได้ด้วย

3.แบบเด็กโต

แบบเด็กโต คาร์ซีทประเภทนี้ จะเป็นในรูปแบบที่คล้ายกับเบาะเสริมสำหรับเด็ก จัดมาเป็นรูปแบบเบาะรองนั่งให้สูงขึ้น การใช้เบาะคาร์ซีทประเภทนี้จัดว่าเป็นเรื่องที่สามารถนำมาใช้งานกับเด็กที่ไม่ซนมากนักได้ แต่สำหรับเด็กที่ซนมากสักหน่อยอาจจะต้องใช้ในรูปแบบเข็มชัดที่รัดเต็มตัวปลอดภัยที่สุด

การเลือกคาร์ซีทที่ถูกต้องควรเลือกคาร์ซีทมาใช้งานตั้งแต่ลูกยังเล็ก เพราะการสอนเด็กในตอนที่เล็กอยู่จะสอนได้ง่าย และไม่ดื้อให้ทำอะไรก็จะง่ายแต่ถ้าเด็กเริ่มนั่งในรถและเคยได้เล่นในรอบรถแล้วจะมาใช้คาร์ซีทคงจะต้องมีการสอนกันเพิ่มเติมสักเล็กน้อยอาจจะต้องเปลืองของเล่นหรือตัวล่อเพื่อการยอมให้ลูกนั่งที่คาร์ซีทด้วยเช่นกัน

เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยแล้ว การเลือกหาตัวช่วยดีๆ ในขณะอยู่ในรถยนต์ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นการป้องกันไว้ก่อน จึงช่วยไม่ให้ความเสียใจต้องเกิดขึ้นนั่นเอง และคาร์ซีทก็เป็นตัวเลือกที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญที่สุด โดยมีหลักการในการใช้งานดังนี้

1.การเลือก

สำหรับการเลือกคาร์ซีทนั้นควรจะเลือกให้พอดีตัวกับเด็กๆ หรือจะเลือกให้เหมาะสมกับขนาดตัวของเด็กก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถโอบรัดตัวของเด็กได้พอดี ไม่รัดแน่นหรือหลวมจนเกินไป

2.ความเหมาะ

มีความเหมาะสมกับรถยนต์ เพราะหากคาร์ซีทมีรูปแบบหรือลักษณะที่ไม่ค่อยแมตต์กับรถยนต์เท่าไหร่ ก็อาจทำให้ความยึดเกาะไม่ค่อยแน่นหนา และอาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องเลือกคาร์ซีทที่มีลักษณะที่เข้ากับรถยนต์ได้ดีนั่นเอง

3.คำแนะนำ

สำหรับคำแนะนำในการใช้งาน คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำตามคำแนะนำนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อยและการใช้งานอย่างถูกต้องที่สุดนั่นเอง

คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์เสริมในรถยนต์ สำหรับเจ้าตัวน้อย โดยจะช่วยยึดจับและปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยตลอดการเดินทาง ทั้งยังมีความนุ่มสบาย ใช้งานง่ายและราคาประหยัดอีกด้วย หากคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่มักจะต้องเดินทางบ่อยๆ ลองเลือกซื้อคาร์ซีทมาเป็นตัวช่วยในการดูแลลูกน้อยของคุณสิ นอกจากนี้ก็ยังมีคาร์เบด เตียงนอนสำหรับเด็กบนรถยนต์อีกด้วยนะ รับรองลูกน้อยของคุณจะปลอดภัยตลอดการเดินทางแน่นอน

บ่อยครั้งที่การเดินทางของลูกน้อยด้วยรถยนต์ มักจะไม่ได้รับความปลอดภัยเท่าที่ควร ซึ่งความปลอดภัยในการนั่งรถยนต์นั้นของคนทั่วไปนั้นก็คือการคาดเข็มขัดนิรภัยและอื่นๆ โดยเข็มขัดนิรภัยจะเป็นสิ่งแรกที่จะช่วยชีวิตเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ให้เราหลุดออกนอกตัวรถหรือได้รับบาดเจ็บจากด้านหน้ารถยนต์ แต่สำหรับลูกน้อยที่ไม่สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้ล่ะ ก็ต้องพึ่ง car seat แล้วนะ

อุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัย car seat หรือ คาร์ซีท เป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกการเดินทางด้วยรถยนต์ของลูกน้อย มีแต่ความปลอดภัยและความอุ่นใจ เพราะคาร์ซีทเด็กจะช่วยปกป้องลูกน้อยจากอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ด้วยลักษณะของเบาะนั่งเด็กที่ถูกออกแบบมาให้มีความนุ่มและมีขนาดใหญ่ เพื่อความสบายในการนั่งของลูกน้อยและเพื่อรองรับแรงกระแทกต่างๆแทนลูกน้อย อีกทั้งยังมายพาดที่ถูกออกแบบมาให้รั้งลูกน้อยไม่ให้ลูกน้อยเด้งออกมาจากเบาะอีกด้วยนะ

ด้วยลักษณะของเบาะนั่งเด็กที่มีความนุ่มและด้วยสายพาดที่คอยรั้งตัวลูกน้อยไว้ไม่ให้เด้งหลุดออกไปไหน ทำให้เราสามารถมั่นใจได้เลยว่าเบาะนั่งเด็ก car seat หรือ คาร์ซีท จะมอบความปลอดภัยให้กับลูกน้อยของเราได้เป็นอย่างมากเลยล่ะ และถึงแม้ว่าราคาของคาร์ซีทเด็กจะมีราคาไม่น้อยก็จริง แต่ car seat หรือ คาร์ซีทเด็ก จะช่วยให้ลูกน้อยปลอดภัยในทุกการเดินทางด้วยรถยนต์ เพื่อความสบายใจของครอบครัว

 

 

 

 

^